เคยสงสัยกันมั้ย?? ทำไมราคา HIFU ของแต่ละคลินิกถึงราคาแตกต่างกัน

Last updated: Jan 29, 2020  |  780 จำนวนผู้เข้าชม  |  Beauty Library

เคยสงสัยกันมั้ย?? ทำไมราคา HIFU ของแต่ละคลินิกถึงราคาแตกต่างกัน

ทำไม HIFU แต่ละคลินิกถึงราคาไม่เท่ากัน เครื่อง HIFU มีกี่รูปแบบกันแน่ บทความนี้มีคำตอบ

 

        มาว่ากันตามหัวข้อเลยครับ เป็นคำถามยอดฮิตที่มีหลายคนฝากคำถามเข้ามา ในมุมมองผู้บริโภคแล้ว เราควรเลือกจากอะไร ต้องบอกว่าบางที่ถูกไม่ได้แปลว่าไม่ดี หรือไม่มีคุณภาพนะครับ เพราะอาจจะเป็นลูกเล่นทางด้านการตลาด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น วันนี้ผมเลยจะทำเช็คลิสต์เบื้องต้นให้เพื่อนๆ ทุกคนได้มีความรู้เบื้องต้นก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการ

1. แน่นอนครับว่าเราต้องมาดูที่ตัวเครื่องที่คลินิกเลือกใช้ก่อนเป็นอันดับแรก  โดยเครื่อง HIFU นั้นเป็นนวัตกรรมที่โด่งดังจากประเทศเกาหลี โดยพลังงานนั้นเป็นคลื่นที่มีความปลอดภัย สามารถลงลึกได้ถึงชั้น SMAS และด้วยความโด่งดังของนวัตกรรมนี้จึงมีหลายประเทศได้เริ่มผลิตเพื่อส่งออกจำหน่าย เช่น เยอรมัน อิสราเอล และประเทศไทย ซึ่งในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา  HIFU ก็โด่งดังมากขึ้นในประเทศไทย จนหลายคลินิกต้องสั่งซื้อเครื่องเพื่อรองรับบริการแก่ลูกค้า จนเริ่มเกิดการ Copy เครื่อง ซึ่งฐานการผลิตอยู่ที่ประเทศจีน โดยโรงงานเหล่านี้ไม่ได้จดทะเบียนโรงงานผลิตเครื่องมือแพทย์ และใช้วัสดุที่ไม่ได้มาตรฐาน อาศัยจำหน่ายในราคาถูก หน้าตาเครื่องดูดี และเหมือนนวัตกรรมของ Ulthera  ซึ่งเป็นเครื่องที่คิดค้นและผลิตขึ้นจากประเทศสหรัฐอเมริกา ทำให้ลูกค้าหลายคนตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว ซึ่งไม่เพียงแค่ลูกค้าที่ตกเป็นเหยื่อทางการค้านี้ เจ้าของคลินิกหลายคลินิกก็ไม่ต่างกัน เพราะด้วยความที่ HIFU มีรูปร่างหน้าตาหลายแบบ จึงถูกหลอกขายเครื่องที่นำเข้ามาสวม อย. เครื่อง ซึ่งถือว่าผิดกฎหมาย เพราะนอกจากเครื่องจะนำเข้าผิดวิธีแล้ว เครื่องนั้นยังไม่ได้มาตรฐานเครื่องมือแพทย์อีกด้วย ทำให้พลังงานอาจจะเป็นอันตรายต่อคนไข้ ซึ่งเครื่องที่ดีและมีมาตรฐานนั้นเราควรตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างชัดเจน รวมถึงบริษัทที่นำเข้ามาเป็นตัวแทนจำหน่าย และมีเอกสารการขึ้นทะเบียนจาก อย.ไทย ถูกต้อง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถถามคลินิกได้ก่อนตัดสินใจ อย่าเพียงตัดสินแค่ว่าเครื่องนั้นมาจากประเทศอะไร 

2. เมื่อตัวเครื่องไม่ได้คุณภาพ อะไหล่ที่ใช้ประกอบไม่ได้คุณภาพ ย่อมส่งผลต่อผลลัพธ์แน่นอน ทีนี้เมื่อเครื่องเกิดมีปัญหาจะทำยังไง? แน่นอนครับว่าคงไม่มีที่ไหนตัดใจทิ้งเครื่องโดยทันที วงการอะไหล่ทดแทนจึงเกิดขึ้น โดยช่างหัวหมอ ซึ่งนี่ก็เป็นหายนะขั้นวิกฤตของผู้บริโภคที่ไปรับบริการ เพราะนอกจากตัวเครื่องไม่ได้คุณภาพแล้ว อะไหล่ยังถูกดัดแปลงจนตอนนี้ไม่สามารถบอกได้แล้วว่าพลังงานที่ออกมาเป็นรูปแบบไหน จากที่ผมอธิบายมาเพื่อนๆ คงพอจะนึกภาพตามได้ว่า ถ้าเครื่องไม่มีบริษัทนำเข้าอย่างถูกต้อง ไม่มีช่างที่เชี่ยวชาญด้านเครื่องโดยเฉพาะ ไม่มีอะไหล่สำหรับเครื่องรุ่นนั้นๆ  รวมถึงบริการหลังการขายที่ต้องเช็คเครื่องทุก 6 เดือน เราคงคาดหวังประสิทธิภาพจากเครื่องไม่ได้ เลยเป็นสาเหตุที่หลายคนทำ HIFU แล้วไม่เห็นผล หรือบางรายเกิดผิวหน้าไหม้ หน้าเบี้ยว หรือเกิดแผลในปาก 

3. ข้อนี้ถือว่าสำคัญมากๆ เลยครับ เพราะเราจะเริ่มเข้าสู่กลยุทธ์ทางด้านการตลาดของแต่ละที่ เพื่อแย่งชิงลูกค้ากัน นอกจากยกราคามาสู้กัน ก็ยกจำนวนช็อตมาสู้กันให้ตายไปข้างนึง ผมเลยจะขออธิบายข้อนี้อย่างละเอียด เพราะเครื่อง HIFU ไม่ได้มีรูปแบบการนับ Shot แค่แบบเดียว แต่ถูกแบ่งออกเป็น 2 ชนิด  ชนิดแรก คือ Single Shot โดยเราสังเกตง่ายจากหัวที่มายิงบนหน้าเราได้ ลักษณะหัวจะเหมือนปากกา ซึ่ง Single Shot จะปล่อยพลังงานออกมาเป็น "จุด" กดยิง 1 ครั้ง ออก 1 Shot จึงทำให้การใช้จำนวนช็อตบนใบหน้าต้องใช้จำนวนช็อตที่เยอะมากๆ ดังนั้นเวลาขายจึงต้องบอกว่ายิง 1,000 - 5,000 ช็อต  จึงแตกต่างจากชนิดที่สอง คือ Line Shot ลักษณะหัวยิงจะเป็นหัวเหลี่ยมใหญ่ ซึ่งกดยิง 1 ครั้ง จะมีการปล่อย "จุด" หรือ Dot  ออกมาเป็นแถวประมาณ 12-25 จุด เมื่อปล่อยจุดครบเครื่องถึงจะนับเป็น 1 Shot จะเห็นได้ว่าแบบที่ 2 จะได้จำนวนจุดที่เยอะกว่า และมีการปล่อยพลังที่คงที่และเสถียรกับผิวบริเวณนั้น จึงได้ประสิทธิภาพมากกว่าแบบแรก และใช้จำนวน Shot ที่น้อยกว่า โดยไม่แปลกที่เวลาคุยกับเพื่อน แล้วเพื่อนอาจจะไปยิงจำนวนช็อตที่มากกว่าเรา ซึ่งหัวยิงที่ KNP Clinic เราใช้แบบที่ 2 คือ Line Shot ซึ่งหัวยิงของเราปล่อย Dot ออกมาต่อ Shot ถึง 25 จุด  **ข้อควรระวัง คือ  ระวังการโดนโกงช็อตจาก 12-25 จุดนับเป็น 1 Shot แต่คุณอาจจะโดนนับเป็น 12-25 Shot เลยก็ได้ ผมมีทริคการสังเกต โดยเพื่อนๆ สามารถสังเกตจากตัวเครื่องได้ เพราะหน้าจอจะมีการโชว์จำนวนช็อตที่ใช้ไปในเคสของเพื่อนๆ ครับ 

4. เมื่อเราพูดถึงเครื่องมือแพทย์แล้ว แน่นอนครับว่าเครื่องมือนี้ถูกผลิตออกมาเพื่อให้แพทย์เท่านั้นเป็นผู้ใช้  และนี่ก็ยังเป็นตัวแปรสำคัญอีกหนึ่งอย่างที่ทำให้ราคา HIFU ของแต่ละที่ต่างกัน หลายคนอาจไม่คิดถึงจุดนี้  คิดว่าใครก็สามารถทำได้ พนักงานทรีตเม้นท์ในคลินิกก็ใช้เครื่องนี้ได้ ในทางปฏิบัติอาจจะได้ครับ แต่ไม่ถูกต้อง เพราะ HIFU นั้น ไม่ได้เหมือนเครื่องเลเซอร์อื่นๆ เช่น IPL ที่พลังงานนั้นจะยิงบนผิวด้านบน เสี่ยงสุดสำหรับเครื่อง IPL ก็คือหน้าไหม้ เครื่อง IPL จึงมีมาตรฐานในการตั้งค่าความแรงของพลังงานให้เป็นมาตรฐานของเครื่องนั้น แต่ HIFU ไม่ใช่แบบนั้นครับ เพราะ HIFU นั้นไม่ได้ทำงานกับผิวชั้นนอก แต่ HIFU ทำงานกับกล้ามเนื้อ และผิวด้านในที่ลงลึกถึง 4.5 มม. โดยชั้นนี้เราเรียกว่าชั้น SMAS เป็นชั้นเดียวกับการร้อยไหม หรือ ชั้นที่ศัลยแพทย์ไว้ผ่าตัดดึงหน้า กล้ามเนื้อบนหน้าของเราประกอบไปด้วยกล้ามเนื้อหลายมัด และมีเส้นประสาทมากมาย ดังนั้น จึงเป็นอันตรายมาก หากผู้ที่ใช้เครื่องนี้ไม่มีความรู้เรื่องลายกล้ามเนื้อ ตำแหน่งของเส้นประสาท และไม่มีความรู้ และประสบการณ์ในการประเมินมวลของผิวหน้าว่าจะเลือกใช้หัวยิงที่มีความลึกขนาดไหน พลังงานเท่าไหร่ในบริเวณนี้  ดังนั้น หัตถการนี้จึงจำเป็นต้องใช้แพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง และใช้เครื่องอย่างเป็นประจำ กำหนดค่าพลังงานได้อย่างเหมาะสม และยิงคลื่นลงได้ตรงจุดของปัญหา และพลังงานไม่ไปโดนเส้นประสาทที่ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรง เช่น ปากเบี้ยว หรือหน้าเบี้ยว ดังนั้น อยากสวยแล้วอย่าเสี่ยง ทำกับหมอปลอดภัยสุดครับ ข้อนี้จึงมีผลต่อการตั้งราคา HIFU ที่สำคัญอีกข้อ 

5. ก่อนตัดสินใจทำควรสอบถามข้อมูลให้ครบถ้วน ว่าราคานี้ จำนวนช็อตเท่านี้สามารถทำในบริเวณไหนบ้าง เพราะบางที่ผมเห็นเป็นตัวอักษรสีขาวเล็กๆ ว่าจำกัดเฉพาะบริเวณนี้เท่านั้น อย่าเพิ่งรีบด่วนตัดสินใจเฉพาะราคาเท่านั้น อย่าลืมว่าทุกอย่างล้วนมีต้นทุน HIFU ก็เช่นกัน เพราะในเครื่องที่มีมาตฐานนั้นหัวยิงจะเป็นแบบ Consume shot เช่น 1 หัวจะบรรจุจำนวน Shot ประมาณ 20,000 Shot พอหมดก็ต้องซื้อหัวยิงใหม่ ซึ่งราคาต่อหัวก็ไม่ถูกเลย หลักหลายหมื่นบาท **ระวังพวกเครื่องจีน เพราะส่วนใหญ่ จะไม่ใช่หัวยิงแบบ Consume shot จึงทำให้เมื่อใช้เครื่องไปนานๆ พลังงานจะเริ่มต่ำลง ไม่สม่ำเสมอ และทำให้ไม่เห็นผล 

6. อันนี้น่ากลัวมากกว่าข้อไหนเลยครับ เพราะถือว่าเป็นต้นทุนที่ถูกนำมาคิดในการตั้งราคาแน่นอน ทั้งค่าเช่า ค่าใบอนุญาตต่างๆ  หลายคนคงคิดว่า เราคงไม่ซวยขนาดนั้นหรอก มีคลินิกเถื่อนจริงๆ เหรอ ทำไมไม่โดนจับ และโดนปิดไป ด้วยความที่มันมีเยอะมากๆ ครับ ภายนอกมีการตกแต่งเหมือนคลินิก น่าเชื่อถือ บางที่อยู่ในย่านที่เป็นทำเลทอง มีลูกค้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก จึงไม่เป็นที่ผิดสังเกต คลินิกเถื่อนเหล่านี้จะโดนจับตาหรือเข้าตรวจก็ต่อเมื่อมีเคสที่เกิดปัญหาหนักๆ แล้วคนไข้ไปร้องเรียนกับกระทรวงสาธารณสุข และเมื่อคลินิกถูกปิด ก็ไม่ใช่ปัญหาเพียงแค่ไปหาทำเลใหม่ เปลี่ยนชื่อใหม่ ทำการตลาดใหม่ พวกนี้เค้าทำกันเป็นขบวนการมีทั้งหมอปลอม เอเจนซี่ เซลล์ หน้าม้า ถ้าใครไม่ระวังก็ต้องเสียรู้ให้กับขบวนการนี้ได้ง่ายๆ  ดังนั้น เราควรเช็คใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล เอกสารการต่อใบอนุญาติประจำปี เลขที่ใบอนุญาตของคลินิก และใบประกอบวิชาชีพของแพทย์ที่ทำการรักษาให้เรา โดยข้อมูลแพทย์เพื่อนๆ สามารถตรวจสอบด้วยตัวเองในเว็บไซต์ของแพทยสภา หรือ ขอดูเอกสารจากเจ้าหน้าที่ของคลินิก  

7. ทีนี้เรามาทำความรู้จักกับเครื่อง HIFU ที่ KNP Clinic เลือกใช้กันบ้างครับ เราใช้เครื่อง ของ VNC Technology เป็นบริษัทของประเทศไทยของเรานี่เอง โดยบริษัทนี้จะผลิต และจำหน่ายเครื่องมือแพทย์เพื่อความงาม และส่งออกต่างประเทศ  หลายคนคงอาจคิดว่าเครื่องไทยจะไปสู้เครื่องจากเกาหลี หรือประเทศอื่นได้ยังไง ผมคงต้องบอกว่าสู้ได้แน่นอนครับ ไม่ใช่แค่เพียงสเปคเครื่อง แต่คือเสียงที่บอกต่อ และถูกแนะนำโดยอาจารย์แพทย์ โดยเครื่องนี้ถูกเลือกใช้ในคลินิกผิวหนังชั้นนำแนวหน้าของประเทศหลายที่ และในหลายโรงพยาบาลที่มีคลินิกเฉพาะทางด้านความงาม หน้าตาของเครื่องอาจไม่ได้ล้ำเหมือนเครื่องอื่น แต่ผลลัพธ์ต้องขอยกนิ้วให้ เพราะลูกค้าของเราทุกคนกลับมาทำซ้ำตลอด และเครื่องนี้ได้รับ อย. (FDA Thailand) อย่างถูกต้อง และ ISO13485 คือมาตรฐานการผลิตเครื่องมือแพทย์ พร้อมยังได้รับการรับรองจากหน่วยงานรัฐ ทั้งองค์การไฟฟ้าอุตสาหกรรม และ NEXT TECH อีกด้วย อย่างที่ผมบอกว่าเครื่องไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก เพราะเครื่องนี้ถูกการันตีด้วยรางวัลนวัตกรรมระดับโลก จนถูกยกย่องว่ามีคุณภาพเทียบเคียงกับนวัตกรรมของสหรัฐอเมริกา ไม่เพียงแต่แค่คำพูดเท่านั้น ตัวเครื่องยังมีงานวิจัยรองรับจากหลากหลายสถาบัน และได้รับการยอมรับในกลุ่มอาจารย์แพทย์ จนสามารถเข้าโรงพยาบาลแพทย์ได้หลายที่จึงสามารถมั่นใจเรื่องผลลัพธ์ และประสิทธิภาพได้อย่างแน่นอน  

8. ข้อสุดท้าย เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจ ผมจึงมีข้อมูลเบื้องต้นในการประเมินจำนวนช็อตของแต่ละบริเวณมาให้เพื่อนๆ ได้ดูกัน ซึ่งทั้งนี้เป็นเพียงการประเมินโดยเฉลี่ยเท่านั้น ซึ่งจำนวนช็อตขึ้นอยู่กับบุคคล และปัญหาของผิวบริเวณที่แตกต่างกัน ควรเข้ารับการปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินจำนวนที่เหมาะสม 

 

      ผมหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ  ทุกคน สำหรับใครที่มีคำถามเพิ่มเติ่ม หรืออยากปรึกษาปัญหา สามารถติดต่อสอบถามได้ตามช่องทางด้านล่างได้เลยนะครับ และไว้พบกันใหม่ในบทความถัดไปครับ 

 

สอบถามเพิ่มเติม หรือปรึกษาปัญหาโครงสร้างใบหน้า 
Line@ : https://1th.me/knpclinic
โทร 02 587 0237 , 065 636 4796
IG : knpclinic
www.knpclinic.com 
คลินิกเปิดให้บริการวัน อังคาร – วันอาทิตย์ (หยุดทุกวันจันทร์)
ยินดีรับบัตรเครดิตทุกธนาคาร 

Powered by MakeWebEasy.com