Meso Fat มีกี่ประเภท ทำไมบางคนหน้าพังเพราะเมโสแฟต?

Last updated: Jan 29, 2020  |  5860 จำนวนผู้เข้าชม  |  Beauty Library

Meso Fat มีกี่ประเภท ทำไมบางคนหน้าพังเพราะเมโสแฟต?

      ถ้าพูดถึง Meso Fat ก็คือ เทคนิคการผลักวิตามิน หรือตัวยาเข้าสู่ชั้นไขมัน เพื่อประโยชน์ในการลดกระชับสัดส่วนให้ได้รูปตามที่เราต้องการ เป็นวิธีการลดไขมันและลดเซลลูไลต์เฉพาะที่ ทั้งบนหน้า และลำตัวแบบไม่ใช้วิธีการผ่าตัด โดยการฉีดสารหลัก ๆ คือ Phosphatidylcholine, Deoxycholate, Dexpanthenol, L-carnitine, Amino acid หรือ Minerals ซึ่งสารเหล่านี้สกัดจากถั่วเหลืองหรือไข่แดง และวิตามินอีกหลากหลายชนิดเข้าไปยังบริเวณที่มีการสะสมของไขมัน


ขอบคุณรูปภาพประกอบจาก Google
     

ซึ่งหลายเคสที่หมอพบเจอบ่อยมากที่สุดมักจะเจอกับปัญหาหลังการฉีดไม่เห็นผลลัพธ์ ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง บางรายหนักไปถึงอาการแทรกซ้อนอื่น เช่น เกิดผิวหนังบุ๋ม อาการบวมเป็นระยะเวลานาน และเกิดการติดเชื้อ หรือทำให้ผิวหนังเป็นลูกคลื่นเป็นหย่อมๆ อาการที่หมอบอกไปขั้นต้นบางรายอาจจะต้องมีการผ่าตัดเลย ทีนี้เรามาดูกันดีกว่าว่าในปัจจุบัน แบ่งส่วนผสม Meso Fat ออกเป็นหลักๆ กี่แบบ

      1. ส่วนผสมของสเตียรอยด์ ส่วนผสมกลุ่มนี้เห็นผลดีมาก คือ ฉีดครั้งแรกลงเยอะมากๆ แต่จะเกิดปัญหาในระยะยาวคือ เริ่มดื้อยา และไม่ลง หรือถ้าลงผลลัพธ์ก็จะแตกต่างจากครั้งแรกที่เคยฉีด

 



     ขอบคุณรูปภาพประกอบจาก Google

     2. ส่วนผสมหลักสกัดจากพวกถั่ว ไข่แดง ในกลุ่มนี้สำหรับบางคนหลังฉีดอาจจะเกิดอาการแพ้ บวม แดง มีผื่นขึ้น รู้สึกแสบคัน  บางรายบวมเป็นอาทิตย์



       3. ส่วนผสมจาก Hyaluronidase  มาถึงอันนี้ พบมากในปัจจุบันที่ตลาดความงามเกิดการแข่งขันกันค่อนข้างสูง  จนทำให้หมอและคลินิกหลายแห่งเริ่มไร้จรรยาบรรณในการรักษา ทำโปรโมชั่นมาตัดราคาคู่แข่ง โดยใช้ตัวยาที่มีส่วนผสมของ Hyaluronidase  หรือตัวที่ใช้ฉีดสลายฟิลเลอร์ตัวนี้คือตัวค่อยข้างส่งผลเสียค่อยข้างมาก เพราะฉีดไปสลายยันคอลลาเจนใต้ผิวหนัง หรือ HA (Hyaluronic Acid)  ผลเสีย  คือไขมันยังคงอยู่บนใบหน้า แต่ที่เห็นว่ายุบลงไป คือ HA บนใบหน้าหายไป จึงทำให้ผิวข้างในเป็นโพรง ยากที่รักษาให้กับมาเป็นปกติ เพราะเมื่ออายุมากขึ้น HA ก็จะผลิตได้น้อยลง

ขอบคุณรูปภาพประกอบจาก Google       

 

     4. กลุ่มสุดท้าย เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ ไม่มีส่วนผสมของฟอสฟาซิดิวโคลีน และ คาเฟอีน และในบางตัวมีสารสกัดที่เป็นชนิดเดียวกับร่างกาย คือ อะมิโน เอซิด ตัวนี้จะลงดี ลงไว เพราะไปช่วยเร่งการเผาผลาญไขมัน มันจะเห็นผลชัดเจนและดีที่สุด  จึงทำให้ในระยะยาวไม่เกิดภาวะการดื้อยา ผิวหนังไม่ย้วย ไม่เป็นคลื่น พร้อมยังช่วยให้ผิวกระชับ ช่วยยับยั้งการเกิดไขมันสะสมบริเวรที่ฉีด พูดง่ายๆคือมันจะกลับมาสภาพเดิมได้ช้ากว่าเดิม



 

ส่วนคำถามที่หมอตอบอยู่บ่อยๆ ก็คือ ต้องฉีดบ่อยขนาดไหน?

        อันนี้หมอต้องบอกเลยนะคะ ว่าขึ้นอยู่กับความพึงพอใจล้วนๆ เพราะการฉีดสลายไขมันไม่เหมือนกับการฉีด Botox  ซึ่ง Botox ผลลัพธ์จะคงอยู่ได้ประมาณ 4- 6 เดือน แต่การสลายไขมัน คือ การทำให้ไขมันเกิดการแตกตัว และขับออกมาในรูปแบบของเสียพวกปัสสาวะ เหงื่อ เป็นต้น เพราะฉะนั้นในช่วงที่ได้รับการฉีดไป  1-3 วันแรกควรรับประทานน้ำให้มากๆ อย่างน้อยวันละ 2ลิตร และการที่ไขมันจะกลับมานั้น ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเอง และการรับประทานอาหารค่ะ หากน้ำหนักไม่ขึ้นเกิน 3 กิโลกรัมไขมันก็จะไม่มาสะสมบริเวณผิวหน้า



 ขอบคุณรูปภาพประกอบจาก Google

 

          ก่อนที่เราจะตัดสินใจฉีดแฟตควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ก่อนเริ่มต้นการรักษา เพื่อที่จะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด ซึ่งในบางครั้งเราจะพบว่าไม่ลงบ้าง หรือลงแล้วก็ผิวเหี่ยว ไม่กระชับ   ไม่ค่อยให้ผลที่น่าพึงพอใจมากนัก ดังนั้นการที่เราเลือกฉีดตามคลินิก ควรรู้ถึงยี่ห้อของตัวยาทุกครั้ง เพราะหากเราเกิดผลข้างเคียงแพ้หรืออะไรก็ตามเราจะได้ทราบถึงแหล่งที่มาของสารนั้นๆ ค่ะ

          สามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร และสาระดีได้ตามช่องทางการติดต่อของคลินิก และหมอจะมาให้ความรู้เยอะๆ นะคะ 

 

สอบถามเพิ่มเติม หรือปรึกษาปัญหาก่อนรับการรักษาได้ที่

Powered by MakeWebEasy.com